26 สิงหาคม 2557  
บันทึกวันประวัติศาสตร์ของ ธีรศิลป์ แดงดา
Bookmark and Share

 

         ช่วงสายของวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม ปี 2014 เมื่อแดดส่องเลยก้นจนเกือบถึงหัว ผมตื่นขึ้นพร้อมกับกิจวัตรเดิมๆอีกครั้ง         ล้างหน้า กินกาแฟ แปรงฝัน โทรหาพ่อแม่ โทรหาแฟน แล้วก็เริ่มต้นเขียนคอลัมน์ มาดริด-บางบอกต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมทำจนเคยชินมาตลอดระยะเวลาเกือบ 6 ปีในฐานะนักข่าวสยามสปอร์ตประจำประเทศสเปน 

 

        พูดไปแล้วมันก็คืออีกหนึ่งวันธรรมดาทั่วไปของผม แต่กับไอ้หนุ่มอีกคนนึงซึ่งนอน(ยังไม่ตื่น)ในห้องถัดจากผมไปนั้น นับจากนี้เป็นต้นไปผมเชื่อเหลือเกินว่าชีวิตของเขาจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
 
        ถึงเจ้าตัวจะทำท่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวเหมือนเคย..เมื่อคืนกลับมาถึงบ้านตอนตีสองก็มาช่วยผมทำกับข้าว หั่นบล็อคเคอลี่ ล้างกะทะ เสร็จแล้วก็ไปนั่งเล่นเกมส์รอ
 
        เฮ้ย ! ช่วยตื่นเต้นดีใจเหมือนที่พี่ (กู) รู้สึก, เหมือนที่คนไทยทั้งประเทศกำลังรู้สึกอยู่ในตอนนี้หน่อยได้มั๊ย 'มุ้ย' !!
 
        เพราะชื่อของ ธีรศิลป์ แดงดา ได้ถูกจารึกไว้เรียบร้อยแล้วว่าเป็นนักเตะไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้ลงเล่นในเวทีลูกหนังระดับโลกอย่าง ลา ลีกา !

        ก่อนถึงวันประวัติศาสตร์ลูกหนังไทยนั้นเชื่อมั๊ยครับ เราต้องลุ้นกันไม่รู้กี่ตลบ ไม่ใช่เลย..การลุ้นให้มีชื่อติดทีมนั้นเป็นแค่ตลบที่สองเท่านั้นครับ
 
        เริ่มแรกของช่วงเช้าวันเสาร์(วันแข่ง) มุ้ย เกือบจะหมดสิทธิ์เล่นอยู่แล้ว แม้ว่า ฟรานซิสโก้ โรดริเกซ จะอยากส่งลงสนามก็ตามทีใบ ICT นั่นประไรที่เป็นอุปสรรคแรก
 
        ICT คืออะไร ? ชื่อนี้ย่อมาจาก international Transfer Certificate หรือเรียกในภาษาไทยว่า "ใบรับรองการโอนย้ายผู้เล่นระหว่างประเทศจากสโมสรหนึ่งไปยังอีกสโมสรหนึ่งกับใบรังรองนี้จะต้องผ่านระบบการรับรองและรับทราบจากสมาคมฟุตบอลของประเทศทั้งสองสโมสรนั้นด้วย"
 
        อย่างเคสของ มุ้ย นั้นก็ต้องให้สมาคมฟุตบอลไทยรับรองจากนั้นจึงส่งผ่านไปยังสหพันธ์ฟุตบอลสเปน ( RFEF)เพื่อรับรองอีกครั้งนักเตะที่ไม่มี ICT จะไม่สามารถลงเล่นได้ซึ่งสโมสรเดิมจะต้องเป็นผู้เซ็นปล่อยนักเตะออก
 
        กรณีนี้ เอสซีจี เมืองทอง เซ็นปล่อยและส่งเรื่องไปยังสมาคมเรียบร้อยตั้งแต่วันศุกร์ก่อนที่สมาคมฯจะส่งต่อไปยัง RFEF แต่ปรากฏว่าทางสเปนไม่รู้ว่าไปทำอีท่าไหนจึงยังไม่ได้รับรองจนกระทั่งล่วงเลยมาถึงวันเสาร์ ทีมงานเราจึงโทรหา ฆอร์เค่ ผ.อ.กีฬาคนใหม่ของอัลเมเรียให้รีบติดต่อไปยังสหพันธ์ฟุตบอลสเปนเพื่อให้ทำการรับรองโดยด่วน
 
        โชคดีที่เกมระหว่าง อัลเมเรีย กับ เอสปันญ่อล เตะตอน 5 ทุ่ม (เวลาสเปน) ทำให้มีเวลาพอสมควร ก่อนที่ใบรับรอง ICT จะเรียบร้อยสมบูรณ์แบบในช่วง 4 โมงเย็น
 
        นั่นคือตลบแรก..ก่อนที่ตลบสองอย่างที่ลุ้นกันก็คือการมีชื่อติดทีมซึ่งจะรู้ก็ต่อเมื่อ มุ้ย ถูกเรียกให้ไปเก็บตัวที่โรงแรม TRYP HIDALGO ซึ่งก็อย่างที่ทราบกันว่าเขาได้ไปนอนโรงแรมกับเพื่อนๆด้วย แค่นี้ก็ดีใจแล้ว ทำให้การทำงานในช่วงค่ำวันเสาร์เต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างที่สุดเพราะเมื่อผ่านสองด่านแรกแล้วที่นี้ก็สามารถคิดฝันถึงด่านสุดท้ายนั่นคือ "การลงสนาม"  แน่นอนครับว่าแฟนบอลชาวไทยทุกคนต่างหวังให้ เฟลิเป้มุ้ย ลงสนามตั้งแต่เกมแรก

 

        ก่อนเริ่มเกมราวซัก 2 ชั่วโมง กว่าจะหาแฟนบอลสัมภาษณ์เพื่อส่งบรรยากาศกลับเมืองไทยได้ซักคนนั้นช่างยากเย็น สาเหตุเพราะคืนวันแข่งนั้นตรงกับ ลา เฟเรีย งานเทศกาลใหญ่ประจำปีของเมือง แฟนบอลกว่า 80% ไปแฮงค์เอ้าท์กันที่งานฉลองกันก่อน แล้วค่อยเดินทางมาสนามเพราะบอลเตะดึกมาก จนสุดท้ายก็มีโอกาสได้สัมภาษณ์แฟนบอลอัลเมเรียคนนึงถึงมุมมองต่อกองหน้าตัวใหม่จากแดนไกลซึ่งเขาก็ตอบตามความจริงว่า เท่าที่ดูมุ้ยมาเขายอมรับว่าเป็นนักเตะที่มีคุณภาพคนนึง แต่นี่คือลา ลีกา ลีกที่แข็งแกร่งมากๆจึงไม่อาจฟันธงได้ว่าดาวยิงชาวไทยคนนี้จะประสบความสำเร็จ
 
        "เรื่องนี้เราคงต้องรอดูกัน เหมือนๆกับทีมอัลเมเรียนั่นแหละที่เราต้องคอยลุ้นกันทุกปี" อืม..จริงของเขาแฮะ

ธงชาติไทยถูกแฟนบอลอัลเมเรียนำเข้ามาในสนามเพื่อเป็นกำลังใจให้กับ มุ้ย ธีรศิลป์

        เจ้าหน้าที่สโมสรเอาใบรายชื่อ 11 คนแรกของเกมนี้มาแจก รายชื่อที่ออกมาไม่ได้เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด ฟรานซิสโก้ โรดริเกซ จัดทีมในระบบ 4-2-3-1 รูเบน- มิเชล มาเซโด้,อังเคล ตรูฆีโย่, เมาโร โด๊ส ซานโต๊ส, เซบาสเตียน ดูบาร์เบียร์-โธมัส,เบร์ซ่า-โจนาธาน ซองโก้,เฟร์นานโด โซเรียโน่,เอ๊ดการ์ เมนเดซ-โตเมร์ เอเหม็ด
 
        "โอมจงลงๆๆ" ใครจะได้เล่นก่อนยังไม่รู้ แต่เชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศท่องแต่คำนี้ จะนาทีไหนก็ได้ จะกี่นาทีก็ไม่ว่า...ขอให้ "ลงได้อย่างเดียวพอ" ขณะกำลังท่อคาถาอยู่นั้นจู่ๆงานก็เข้า มุ้ย ใช้โทรศัพท์ของ ฆอร์เค่ ผ.อ.กีฬาโทรเข้ามาหา ผมคิดในใจแบบนี้ต้องไม่ปกติแล้วเพราะนักบอลลงมาวอร์มกันแล้ว มันจะโทรมาทำไมถ้าไม่มีเรื่องด่วน ?

        ปรากฏว่าแมตช์คอมมิชชันเนอร์และผู้ตัดสินในเกมนี้ต้องการขอดูหน้าพาสปอร์ต มุ้ย เพื่อยืนยันตามแบบฟอร์ม ICT อีกที ไม่งั้นไม่อนุมัติให้ลงเล่น จะมาเตะบอล ใครมันจะพกพาสปอร์ตมา !
 
        มุ้ย บอกกับผมว่าช่วยกลับบ้านไปเอาพาสปอร์ตที่อพาร์ทเมนต์ให้หน่อยเอาไงดี ระหว่างกำลังงงๆอยู่นั้นก็นึกได้ว่าในเมลล์ของผมเคยมีหน้าพาสสปอร์ตของ มุ้ย อยู่ ส่งรีบส่งเมลล์ไปให้ทาง ฆอร์เค่ เพื่อเอาไปแสดงเป็นหลักฐานต่อกรรมการท้ายที่สุดทุกอย่างก็ลุล่วงแบบใจหายใจคว่ำ เฮ้อ..ทำไมมันวุ่นวายอย่างงี้
 
        แต่ก็นั่นแหละครับ คิดอีกแง่ก็คือประวัติศาสตร์นั้นใช่ว่าจะสร้างกันได้ง่ายๆ มันต้องมีอุปสรรคมาขัดขวางกันหน่อย เสียงเชียร์กระหึ่ม แฟนอัลเมเรียกลับมาจากงาน ลา เฟเรีย เข้ามาชมเกมแรกของทีมรักเกือบเต็มความจุมันเป็นความรู้สึกที่น่าตื่นเต้นมากๆ ให้เทียบกับ "เอล กลาซีโก้" แล้ว ความยิ่งใหญ่อาจห่างกันไม่รู้กี่ช่วงตัว แต่นี่มันเป็นครั้งแรกที่เราคนไทยได้มีส่วนร่วมจริงๆจังๆกับเกมฟุตบอลระดับโลก ไม่ใช่การเป็นสปอนเซอร์คาดหน้าอกหรือเจ้าของสโมสร แต่นี่คือการรอโอกาสดูนักเตะลงไปโลดแล่นจริงๆ นี่คือการเข้าร่วมที่คนไทยเฝ้ารอมาตลอด และที่ยิ่งปลื้มจนน้ำตาเกือบไหลมากกว่านั้นก็คือการได้เห็นแฟนบอลหลังประตูของอัลเมเรียนำธงชาติไทยนำไปผูกติดไว้ตรงอัฒจรรย์หลังประตู "ภาคภูมิใจจริงๆ"

        เกมครึ่งแรกจบลงด้วยการเสมอกันอยู่ 0-0 แบบว่ามีโอกาสทั้งสองทีม

        เอสปันญ่อลของกุนซือใหม่ เซร์คิโอ กอนซาเลซ อดีตมิดฟิลด์ลา กอรุนญ่า และทีมชาติสเปนยุคต้น 2000 เกือบขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะยิงยัดของ ดีเอโก้ โกลอตโต้ บอลเกือบจะผ่านเส้นไปแล้ว อีกนิดเดียวเท่านั้น ขณะที่อัลเมเรีย ก็เล่นได้ดีและได้เปรียบตัวผู้เล่นหนึ่งคนจากการโดนไล่ออกของ อานาอิตซ์ อาร์บิย่า
 
        ครึ่งหลัง เปิดฉากมา อัลเมเรีย ได้เฮ จังหวะนี้ต้องชม เอ๊ดการ์ ที่โชว์จังหวะลากเลื้อยจากแดนตัวเองทะลุมาถึงกรอบเขตโทษก่อนเลี้ยงตัดและจ่ายขวางให้กับ โซเรียโน่ ตะบันอย่างสุดสวย
 
        ทีมขึ้นนำ 1-0 นาทีนั้นผมหวนนึกถึงบทสนทนาระหว่างผมกับ มุ้ย ในช่วงเช้าว่าถ้าหากว่าทีมขึ้นนำตัว มุ้ย เองก็น่าจะมีโอกาสลงไปสัมผัสเกมบ้าง แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ แม้จะต้องเสียจริตเล็กๆเมื่อไฟสนามดับลงครึ่งนึงจนกลัวว่าเกมจะต้องยุติลงก่อนหมดเวลาหยุดไป 9 นาที เกมกลับมาเริ่มเล่นกันต่อ..เอาล่ะ ได้ลุ้นแล้วว่าจะได้ลงหรือเปล่า

        นาทีที่ 62 ของเกมถ้าจะนับรวมเวลาไฟดับไปก็ น. 75 ฆอร์เค่ ส่งข้อความมาหาผม ซึ่งมันทำให้ผมตื่นเต้นมาก 'Va a salir Teerasil en 3 min' (ธีรศิลป์ จะลงสนามในอีก 3 นาทีข้างหน้า) ความฝันเป็นจริงและมาเร็วเกินกว่าที่คาดคิด ! 

        ผู้เล่นหมายเลข 18 ของ อัลเมเรีย ที่ปักชื่อด้านหลังว่า T.DANGDDA เดินมาที่ขอบสนามรอการเปลี่ยนมุ้ย ลงไปแทน โซเรียโน่ คนยิงประตูขึ้นนำ เขาเอามือแตะผืนหญ้าเพื่อเป็นเคล็ดหนึ่งครั้งก่อนจะลงไปวาดลวดลาย
 
        วินาทีที่คนไทยทุกคนรอคอย มุ้ย มาถึงแล้ว...เขาไม่ได้ทำให้เราผิดหวัง เล่นกับบอล คอนโทรลมัน เลี้ยงหลบ และพาสให้เพื่อนได้ดีจนวินาทีนั้นเราคนไทยไม่รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างไทยพรีเมียร์ลีกกับ ลา ลีกา ไปชั่วขณะ
 

ธีรศิลป์ พลิกบอลหนี กริสเตียน สตูอานี่ มิดฟิลด์เอสปันญ่อล 

        24 นาทีที่ มุ้ย โลดแล่นในสนาม คือช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ คือช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน ในที่สุดเขาก็ทำได้สำเร็จกับก้าวแรกสู่สังเวียนระดับโลก แม้ท้ายช่วงวินาทีสุดท้ายของเกม อัลเมเรีย จะพลาด 3 คะแนนไปอย่างเจ็บใจ
 
        มุ้ย ดูหัวเสียไม่น้อยกับสกอร์สุดท้ายของเกม แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาอยู่แล้วสำหรับเกมฟุตบอล แต่สำหรับคนไทยแล้วแค่นี้ก็สุขเหลือเกินกับสิ่งที่เกิดขึ้นซึ่งแน่นอนเราทุกคนพร้อมจะส่งมอบกำลังใจให้เขาและอัลเมเรียสู้ต่อไป
 
        ขอบคุณนะที่ทำให้เรามีความสุขและภาคภูมิใจไปกับคุณ 'มุ้ย' ธีรศิลป์ แดงดา   

เปิดใจนักเตะประวัติศาสตร์

        ถาม : เป็นยังไงบ้างวันนี้ ?
        ธีรศิลป์ ก็รู้สึกดีใจ ดีใจตั้งแต่รู้ว่ามีรายชื่อติดทีมแล้ว แล้วก็มีโอกาสได้ลงไปสัมผัสกับเกมในสนามจริงๆ มันบอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกยังไงตอนนั้น มันไม่ได้แยกว่าตื่นเต้น,ดีใจหรือว่าประหม่า ผมว่ามันมีหลายความรู้สึกรวมๆกัน แต่โดยรวมแล้วมันเป็นความรู้สึกที่ดีที่ได้เล่นในลีกที่เราเคยเห็นแต่ในทีวี
 
        ถาม : คิดว่าเราเล่นในลา ลีกา ได้มั๊ย ?
        ธีรศิลป์ : แค่นัดเดียวผมว่ามันยังบอกอะไรไม่ได้ มันยังมีอะไรอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมต้องทำเพิ่มถ้าผมอยากจะได้โอกาสลงเล่นบ่อยหรือว่ามีโอกาสที่จะสอดแทรกขึ้นไปเป็นตัวจริง มันยังมีหลายๆอย่างที่ผมต้องพัฒนา
 
        ถาม : พอใจผลงานตัวเองแค่ไหน
        ธีรศิลป์ : ไม่ได้คิดถึงผลงานส่วนตัวเท่าไหร่ มันไม่น่าพอใจที่ว่าวันนี้น่าจะเป็นได้ 3 แต้มแต่เราทำไม่ได้ โดยรวมก็เลยทำให้ผมไม่ได้มองว่าตัวเองเล่นเป็นยังไง

        ถาม : ก่อนลงสนาม ฟรานซิสโก้ (เทรนเนอร์) บอกหรือสั่งอะไรเราบ้าง ?
        ธีรศิลป์ : ไม่ได้บอกอะไรมาก แค่สั่งว่าให้ลงไปเล่นตรงกลางแทน โซเรียโน่ ให้เน้นเล่นพื้นที่ตรงกลาง และคอยไล่บอล
 
        ถาม : หลังเกมฟรานซิสโก้  มีพูดอะไรกับเรามั๊ย ?
        ธีรศิลป์ : ยังครับ ยังไม่ได้ประชุมทีม พอบอลจบก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
 
        ถาม : อยากฝากอะไรถึงแฟนบอลชาวไทยบ้าง
        ธีรศิลป์ : อยากขอบคุณที่ทุกคนคอยเชียร์และให้กำลังใจตลอดตั้งแต่เริ่มฝึกซ้อม ผมว่ามันเป็นแค่การเริ่มต้นซึ่งก็ยังไม่รู้ว่ามันจะก้าวไปข้างหน้าหรือถอยหลัง ผมยังต้องเรียนรู้และพัฒนาต่อไป

เจมส์ ลา ลีกา

 

http://www.siamsport.co.th/Column/140825_109.html

ขอบคุณข้อมูลข่าวและภาพจาก สยามสปอร์ต

 

ดูทั้งหมด..





Copyright © 2008 - 2011 mtufc.com. All Rights Reserved. Official Website Contact : mtufc@yahoo.com