30 สิงหาคม 2557  
คลุกวงในบอลไทย ก้าวสำคัญของมุ้ย โดย : ปูเป้
Bookmark and Share


     ถึงวันนี้ ''มุ้ย'' ธีรศิลป์แดงดา ก็ผ่านการลงเล่นนัดที่สองในฟุตบอลลา ลีกา สเปน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมเขียนต้นฉบับนี้ก่อนที่เกมเมื่อคืนระหว่างอัลเมเรียกับเคตาเฟ่จะเริ่มขึ้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าหัวหอกชาวไทยได้ลงสนามหรือไม่ รู้แค่เพียงว่าเขามีชื่อติดเป็น 1 ใน 18 คนที่ส่งรายชื่อลงเล่นเกมนี้ จากนักเตะในทีมชุดใหญ่ของอัลเมเรียเกือบ 30 คน

 

แต่ไม่ว่าจะได้ลงสนาม หรือไม่ได้ลง ธีรศิลป์ ก็สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นนักเตะไทยคนแรกที่ได้เล่นในลีกของสเปนเรียบ ร้อยแล้วตั้งแต่นัดพบกับเอสปันญ่อล

นัดนั้นแม้ว่าธีรศิลป์จะได้เล่นแค่ 15 นาที ยังไม่ได้โชว์อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน...แต่การมีชื่อในเกมที่สอง ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า เขาสอบผ่าน ยังมีแวว ยังอยู่ในสายตาของโค้ช

ผมมองว่าการที่เขาเริ่มต้นด้วยการเป็นตัวสำรอง เป็นเรื่องดีมากๆสำหรับมุ้ย ประการแรกเพื่อค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับทีมและสไตล์ฟุตบอลสเปน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย สำหรับนักเตะที่ไม่เคยเล่นในลีกต่างประเทศมาก่อนอย่างมุ้ย

ประการต่อมา เพื่อลดความกดดันของเจ้าตัวเอง หากได้ลงเล่นเต็มเกมตั้งแต่นัดแรก แฟนบอล กองเชียร์ ส่วนตัวก็ฟุ้งซ่านแล้วว่าเขาจะได้ลงเล่นแบบนี้ตลอดแล้วพอต้องมานั่งสำรองใน เกมต่อมาก็จะกลายเป็นความผิดหวังเจ้าตัวก็เหมือนกัน หากได้ลงเล่นแล้วนั่ง เหมือนเดินลงจากเขา กำลังใจหดหาย ตรงข้ามกัน หากได้ลงยากนิดหนึ่ง แต่พอพิสูจน์ตัวเองได้ ตำแหน่งตัวจริงจะเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับเขา

ชีวิตตัวสำรองนี่...วางตัวโคตรยากเลยครับ มีเวลาโชว์ฟอร์มไม่มากนัก จะเลี้ยงมากไป ครองบอลมากไปก็กลัวเพื่อนไม่ยอมรับ จะไม่ครองเลย ก็ไม่มีผลงานเวลาสั้นๆ ขณะที่คนอื่นเล่นกันมาเป็นชั่วโมงแล้วแต่ตัวเองไม่มีเวลาให้ปรับจังหวะมาก มายนัก...

นักเตะสำรอง มีโอกาสเพียงแค่จังหวะดีๆ เท่านั้น หากเวลาสั้นๆ บังเอิญยิงประตูได้หรือโชว์ฟอร์มได้แจ่มจริงๆ ถึงจะมีโอกาสได้เป็นตัวจริง ซึ่งถ้ายึดตัวจริงได้แล้ว ทำอะไรก็ดีไปหมดแหละครับ ความมั่นใจมาเลย ผิดพลาดก็ยังมีเวลาให้แก้ตัว

อย่าลืมนะครับว่า ธีรศิลป์อาจจะดังในเมืองไทย เป็นหัวหอกเบอร์ 1 ของบ้านเรา แต่สำหรับวงการฟุตบอลสเปนที่เต็มไปด้วยโคตรซูเปอร์สตาร์ เป็นชาติระดับแชมป์โลก ไม่มีใครรู้จักหัวหอกรายนี้หรอกเผลอๆ ยังไม่รู้จักประเทศไทยในแผนที่ฟุตบอลเลยด้วยซ้ำ

 ไม่ใช่แค่ฝีเท้าอย่างเดียวที่มุ้ยต้องพิสูจน์ตัวเอง ยังมีเรื่องของอาหารอากาศ และวิถีฟุตบอลอาชีพที่โหดร้าย มีเรื่องที่ไม่น่าเชื่อหลายเรื่องรออยู่ ไม่ว่าจะเป็นการถูกดูถูกจากเพื่อนร่วมทีมในฐานะนักเตะหัวดำ การไม่ส่งบอลให้ การไม่คุยเพราะคุยภาษากับเขาไม่รู้เรื่อง สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลกับผลงานในสนามทั้งสิ้น

แต่หากไม่ใช่ธีรศิลป์ แล้วผมมองไม่ออกว่า จากวันนี้ไปจะมีนักเตะไทยรายไหนที่พอจะไปผงาดในเวทีระดับยุโรปได้บ้างผมเคย ผ่านประสบการณ์เห็นทั้ง เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ ไปทดสอบฝีเท้ากับมิดเดิ้ลสโบรช์, "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ไปเล่นในทีมสำรองของฮัดเดอร์สฟิลด์ หรือแม้กระทั่งธีรศิลป์, สุรีย์ สุขะ, เกียรติประวุฒิสายแวว ไปทดสอบฝีเท้ากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ธีรศิลป์ในนาทีนี้มีความพร้อมมากที่สุดถ้าเทียบกับคนอื่นๆ

หาก "มุ้ย" นำพรสวรรค์ของตัวเอง แล้วไปเอาหัวใจความเป็นนักสู้ อดทนพยายาม ไม่คิดถอยของ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง มารวมอยู่ในตัวเขาจะสามารถต่อสู้ ฝ่าฟันกับอุปสรรคต่างๆ ในวิถีอาชีพได้อย่างมีลุ้นทีเดียว

"ซิโก้" ไม่มีพรสวรรค์มากมายเหมือนมุ้ย แต่มีความอดทนความฟิต ระเบียบวินัยและความทะเยอทะยานบนเส้นทางการค้าแข้งอาชีพที่เผชิญอุปสรรคทุก รูปแบบสมัยอยู่อังกฤษซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เป็นสิ่งที่ ธีรศิลป์สามารถสร้างได้ด้วยตัวเอง

 แรกๆ มันก็เหนื่อยแบบนี้แหละครับ ไม่ใช่นักฟุตบอลอย่างเดียวการเริ่มต้นใหม่กับที่ที่ไม่คุ้ยเคยเป็นเรื่องที่ ยากลำบากเสมอ แต่ด้วยวัย 25 ปีของมุ้ย เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดทั้งความพร้อมด้านประสบการณ์ ฝีเท้าจิตใจที่ไม่แก่ และไม่อ่อนเกินไป ครอบครัวก็ไม่มีให้คิดถึง มีแต่ความทะเยอทะยานมุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว

หากรถไฟเที่ยวนี้ของมุ้ย เกาะเอาไว้ไม่ได้ เจ้าตัวก็คงไม่กลับไปยุโรปหรือไปค้าแข้งที่ไหนอีกแล้ว เช่นเดียวกันหากนักเตะไทยที่มีความพร้อมขนาดธีรศิลป์ ยังไม่ได้รับการยอมรับ ก็น่าจะหานักเตะไปค้าแข้งในลีกอาชีพยุโรปได้ยากนักในช่วงเวลาใกล้ๆ นี้

 แฟนบอลชาวไทย ธีรศิลป์และครอบครัว อย่าคาดหวังในช่วงนี้มากครับ นี่เป็นเพียงแค่ด่านทดสอบด่านแรก ที่ต้องผ่านไปให้ได้ หากติดเครื่อง ยืนระยะได้ก็จะเป็นนักเตะประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง

ปูเป้

ขอบคุณข้อมูลข่าวและภาพจาก สยามสปอร์ต

 

ดูทั้งหมด..





Copyright © 2008 - 2011 mtufc.com. All Rights Reserved. Official Website Contact : mtufc@yahoo.com