1 สิงหาคม 2558  
หยุดโลกต้องคู่นี้! โดย ปูเป้
Bookmark and Share

 


     ดั่งนรกชัง สวรรค์แกล้งนะครับ โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก สัปดาห์นี้เป็นนัดแรกของเลกสอง ปรากฏว่าหลายคู่ที่มาเจอกันเป็น เกมหยุดโลก เป็นการเจอกันของคู่กรณีที่อยู่ในอันดับใกล้เคียงกัน มีผลชี้เป็นชี้ตายกันโดยตรง

 

        ไฮไลต์ ที่ต้องบอกว่าเป็น "ซูเปอร์บิ๊กแมตช์" หนีไม่พ้นการเจอกันระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ทั้งคู่มี 37 แต้มเท่ากัน แต่บุรีรัมย์ เป็นจ่าฝูง เพราะลูกได้เสียดีกว่า เกมนี้จะเป็นเกมสำคัญที่บอกได้ว่า ใครจะได้ไปลุ้นแชมป์ต่อ

        ถ้าเทียบฟอร์มการเล่นถึงชั่วโมงนี้ต้องยอมรับว่าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ดูแผ่วไปพอสมควรในรอบ 2เดือนที่ผ่านมา กว่าพวกเขาจะเอาชนะได้แต่ละเกมถือว่าหืดจับ ตั้งแต่เกมชนะ ราชบุรี, สระบุรี, โอสถสภา ถือว่าเชือดเฉือนมาทั้งนั้นต่างจากช่วงต้นๆ ฤดูกาลที่สามารถยิงได้ตามสั่ง ยิ่งเกมล่าสุดด้วยแล้วต้องบอกว่าโกงความตายมาได้อย่างเหลือเชื่อ ด้วยการตามหลัง บีอีซี เทโรศาสน ก่อนจะไล่ตีเสมอได้ 3-3

        เกมรับของบุรีรัมย์ พลาดง่ายขึ้น ลูกเซตพีซ ที่เคยเป็นเครื่องหมายการค้า ปีนี้แทบจะไม่มีให้เห็นเลยตัวผู้เล่นก็มีใช้ งานอย่างจำกัดต้องดันดาวรุ่งอายุน้อยๆลงเล่นมากขึ้น

        ขณะที่เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จากที่แต้มตามหลังถึง 6 แต้มกลับเล่นดีขึ้นเรื่อยๆ เกมรุกลงตัวมาก ธีรศิลป์กลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีอีกครั้ง มาริโอ ยูรอฟสกี้ ที่ทำท่าเหมือนหมดไฟก็กลับมาเล่นได้ดี โดยเฉพาะเกมใหญ่ๆ คลีตัน ซิลวา หมอนี่มาแรงเหลือเกิน ยิงเกือบทุกนัด เกมล่าสุดก็กดแฮตทริกไปอีก แดนกลาง หลังจากที่พัก ดัสกร ทองเหลา ไปบ้าง ขุนพลรุ่นใหม่อย่าง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, สารัช อยู่เย็น เล่นได้อิสระขึ้น

        เซนเตอร์ฮาล์ฟที่เป็นปัญหากับทีมมาตลอดช่วงหลัง คิม ดอง จิน กับ นาโออากิ อาโอยามะ สอดประสานกันได้ดี ทำให้เกมรับพลาดยากขึ้น

        แต่ไม่ว่าฟอร์มของเมืองทองจะดีแค่ไหน บุรีรัมย์จะแผ่วยังไง มาเจอกันเมื่อไหร่คู่นี้ก็กินกันยากทุกครั้ง ยิ่งหากพลิกไปดูสถิติเก่าๆ เหลือเชื่อครับ ทั้งคู่เจอกันมา 17 ครั้ง เอสซีจี เมืองทองไม่เคยชนะได้แม้แต่นัดเดียว เสมอ 8 แพ้ถึง 9 นัด

        มันไม่น่าจะเป็นสถิติ ผลงานของทีมอันดับ 1อันดับ 2 ของประเทศเลย ขุนพลกิเลนก็ได้แต่นับวันรอว่า วันไหน ที่"ชัยชนะครั้งแรก" จะเดินทางมาถึงสักทีไม่แน่ อาจจะเป็นครั้งนี้ก็ได้นะครับ

        การเจอกันของคู่หยุดโลกคู่นี้ มีทีมอย่างบางอกกกล๊าส ที่ยิ้มแป้นรอชมอยู่ เพราะบีจีมีแต้มน้อยกว่าทั้งคู่อยู่ 2 คะแนน หากทั้งสองทีมเสมอกัน แล้วบางกอกกล๊าส ชนะเชียงราย ยูไนเต็ด ก็มีโอกาสเสียบขึ้นเป็นจ่าฝูง หรือหากมีผลแพ้-ชนะ กระต่ายแก้วชนะ ก็มีสิทธิ์แซงขึ้นไปเป็นรองจ่าฝูง

        ยิ่งเกมกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งเมืองทองและบุรีรัมย์ ต้องออกแรงเหนื่อยพอสมควร ก่อนจะผ่านศึกช้าง เอฟเอ คัพ มาได้ แต่บางกอกกล๊าส เล่นเหมือนซ้อมถล่มทีมน้องรังสิต เอฟซี มาสบายๆ ความสดบีจีมีมากพอที่จะดับเชียงราย ยูไนเต็ด ได้คาถิ่น

        ในกลุ่มท้ายตาราง ก็บังเอิญคู่กรณีมาเจอกันด้วยสระบุรี ทีมอันดับ 17 ของตารางเจอกับ ท่าเรือทีมอันดับ 16 จริงๆ แล้วเจ้าถิ่นเล่นได้ดีขึ้นมาก เก็บชัยชนะติดต่อกัน 2 นัด หลังจาก "โค้ชเบ๊" ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก มาคุมทัพ แต่ก็มาเจอของใหญ่อย่างบุรีรัมย์ กับ เมืองทอง หยุดแต้มเอาไว้

        คราวนี้หลังชนฝา ต้องกลับมาชนะให้ได้อีกแล้วแต่คู่ต่อสู้อย่างท่าเรือ ก็ปรับทัพมาน่ากลัวเหลือเกินหากไม่ดูชื่อทีม ดูแต่ชื่อนักเตะ คงคิดว่านี่เป็นทีมระดับท็อปของไทยลีกเพราะผู้เล่นมาจากทีมใหญ่อย่าง เมืองทอง, บุรีรัมย์ เพียบทั้ง วุฒิชัย ทาทอง, เดวิด โรเชลล่า, ศิวกร จักขุประสาท,เคย์เนะ วินเซนต์, สมปอง สอเหลบ ฯลฯ ท่าเรือลงทุนสูงมาก แต่ก็ล้ามาจากเกมกลางสัปดาห์ ขณะที่สระบุรีได้พักมายาวๆ คงสู้กันสนุก

        นี่เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ของลีกเมืองไทยที่จะพลาดไม่ได้เด็ดขาด

 

ปูเป้

http://www.siamsport.co.th/Column/150801_092.html

 

 

ดูทั้งหมด..





Copyright © 2008 - 2011 mtufc.com. All Rights Reserved. Official Website Contact : mtufc@yahoo.com