เมืองทอง ยูไนเต็ด Muangthong United FC

สโมสรฟุตบอล เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เอฟซี

ผ่านผ่านผ่าน สามผ่านแบบสบายๆ ของ “มาริโอ ยูรอฟสกี” ที่เมืองทอง

1 min read
ผ่านผ่านผ่าน สามผ่านแบบสบายๆ ของ "มาริโอ ยูรอฟสกี" ที่เมืองทอง

นี่คือผลงานทั้ง 7 เกมของ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด นับตั้งแต่ที่มี มาริโอ ยูรอฟสกี อดีตตำนานของทีม เข้ามากุมบังเหียนในฐานะเฮดโค้ช โดยมีผู้ช่วยโค้ชที่เป็นตำนานนักเตะเช่นกันอย่าง ดานโญ่ เซียก้า

ชนะ โปลิศ เทโร เอฟซี 3-1 (ไทยลีก, เยือน) ชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 3-2 (ไทยลีก, เยือน)

ชนะ พัฒนานิคม ซิตี้ 10-0 (เอฟเอคัพ รอบ 64 ทีมสุดท้าย)

แพ้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 1-2 (ไทยลีก, เยือน)

เสมอ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 1-1 (ไทยลีก, เหย้า)

แพ้ การท่าเรือ เอฟซี 0-2 (ไทยลีก, เยือน)

ชนะ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 2-1 (เอฟเอคัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย)

แม้จะมีช่วงที่ไม่ชนะใคร 3 เกมติด แต่ภาพรวมของการเก็บชัยชนะได้ 4 เกมจาก 7 นัด และยิงได้ถึง 6 เกม (ยิงไม่ได้แค่เกมที่แพ้ การท่าเรือ 0-2) โดยเป็นการยิงได้ถึง 20 ประตู พร้อมพา “กิเลนผยอง” ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึก ช้าง เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ และในส่วนของไทยลีก ก็ยังมีลุ้นติดท็อปทรี ซึ่งเป็นอันดับในการคว้าตั๋วลุยศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก รอบคัดเลือก ในปี 2022 เมืองทอง

ก็ได้ทำให้ “มาริโอ ยูรอฟสกี” อยู่ในสถานะ “สอบผ่าน” ในเรื่องของ “ผลงานในสนาม” ของการเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมระดับอาชีพชุดใหญ่ครั้งแรกในชีวิตเรียบร้อยแล้ว

แต่ไม่ใช่แค่ “ผ่านเดียวเท่านั้น” เพราะซูเปอร์มาริโอ ยังสอบผ่านอีกสองประเด็นหลักๆ ที่หลายโค้ชยังก้าวข้ามไม่ได้ เมื่อได้รับโอกาสในถิ่นเอสซีจี สเตเดียม

ซึ่งผ่านที่สอง คือ เรื่องของ “รูปเกม”

ในบางครั้งฟุตบอล แม้จะไม่ชนะในวันนี้ แต่ก็สามารถวาดฝันอนาคตที่ดีได้ หากคุณมีรูปเกมที่สวยงาม จับต้องได้ มีวิธีการเข้าทำที่แน่นอน มั่นคง รวมถึงมีรูปแบบของการยืนเกมรับที่ชัดเจน และนั่นคือสิ่งที่ เมืองทองกำลังมีในปัจจุบัน

แบบที่แฟนบอลหลายคน กำลังเรียกกันว่า “มาริโอ เวย์”

ยูรอฟสกี้ เข้ามาตกแต่งรูปแบบการเล่นของเมืองทองที่ดูเฉื่อยชา และเน้นความชัวร์เป็นหลักในช่วงของ อเล็กซานเดร กาม่า ให้กลายเป็นทีมที่เล่นเกมรุกวูบวาบ รวดเร็ว ดุดัน และไม่กลัวใคร

พวกเขาพยายามขึ้นเกมรุกตั้งแต่แนวหลัง เล่นฟุตบอลกับพื้นตั้งแต่ผู้รักษาประตู เหมือนทีมยักษ์ใหญ่ของโลก และพยายามฉกฉวยโอกาส เปลี่ยนจากรับเป็นรุกเร็วตามเทรนด์โลกฟุตบอลสมัยใหม่

พร้อมกันนี้ นอกจากเรื่องรูปแบบการเล่นแล้ว “เรื่องหัวใจนักสู้” ในยามที่ได้ลงสนาม มาริโอ ยังสร้างความแตกต่างให้เห็นอย่างชัดเจน หากเทียบกับยุคก่อน

ปัจจุบัน ในทุกเกม นักเตะเมืองทองลงเล่น เหมือนสวมวิญญาณนักสู้ลงสนาม ไม่กลัวเจ็บ และพร้อมจะลุยจนสุดพลัง เพื่อทีม เพื่อเฮดโค้ช เพื่อผู้บริหาร เพื่อแฟนบอล และเพื่อครอบครัวชาวกิเลนทุกคน

และผ่านสุดท้าย ที่มาริโอทำได้ ก็คือ “การชนะใจแฟนบอล”

จังหวะที่เขาวิ่งไปดีใจกับกองเชียร์ในสนาม ช้าง อารีน่า หลังจากบุกเชือด บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถึงถิ่น และจังหวะที่กระโดดขึ้นไปยังสแตนด์เชียร์ของแฟนบอลกิเลนผยอง เพื่อร่วมดีใจกับแฟนบอล หลังเอาชนะ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 2-1 ในศึกช้าง เอฟเอคัพ 2020-21 รอบ 32 ทีมสุดท้าย ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เอาแค่สองจังหวะนี้ และสองแมตช์ที่โคตรมีคุณค่านี้ ช่างทำให้หัวใจแฟนบอลเมืองทอง ได้กระชุ่มกระชวย เหมือนต้นไม้ที่ขาดน้ำไปนาน ได้ฟื้นคืนความสุขอีกครั้ง

ไม่นับในเรื่องอื่นๆ ทั้งแพสชั่นที่โชว์ออกมาตลอดเวลาในสนาม หรือสไตล์การแต่งตัว และการตอบคำถามไม่เหมือนใคร ซึ่งทุกอย่างที่เขาทำก็สามารถซื้อใจแฟนบอลได้แบบเต็มๆ ไปเรียบร้อยแล้ว

เป็นการได้รับสามผ่านอย่างรวดเร็ว ชนิดที่กุนซือชั้นนำหลายคนยังทำไม่ได้ หรือเพราะนี่คือ พรหมลิขิต ที่ลิขิตมาเพื่อ “เมืองทอง” กับ “มาริโอ ยูรอฟสกี” โดยเฉพาะ…

สนันสนุนโดย UFA – UFA168 – UFABET7mUFA1688UFABET ทางเข้า